top of page

หน้าใสไร้ฝ้า 5 วิธีดูแลผิวที่หมอผิวหนังแนะนำ

หน้าใสไร้ฝ้า 5 วิธีดูแลผิวที่หมอผิวหนังแนะนำ

ฝ้าเป็นปัญหาผิวกวนใจหลายคน โดยเฉพาะในวัน 30+ เพราะฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนแปลง และผิวเริ่มไวต่อแสงแดดได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะถ้าดูแลให้ถูกวิธี และป้องกันอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยให้ฝ้าแลดูจางลงและหายไปได้


ทำความรู้จักฝ้าคืออะไร

ฝ้า หรือ Melasma คือ รอยปื้นสีน้ำตาลหรือสีเทาเข้มที่มีรอยขอบไม่ค่อยชัด มักเจออยู่บนผิวหน้า เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก และเหนือริมฝีปาก ซึ่งฝ้าเกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติ และมักเข้มหรือขยายใหญ่ขึ้นได้หากโดนแสงแดดบ่อย ๆ 


ฝ้ามีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ฝ้าแบ่งออกตามลักษณะของการกระจายตัวของเม็ดสีเมลานินและตำแหน่งที่เกิดฝ้า และสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1 ฝ้าตื้น Epidermal Melasma เม็ดสีอยู่ผิวชั้นตื้น สีจะค่อนข้างเข้ม แต่รักษาได้ง่าย

2 ฝ้าลึก Dermal Melasma เม็ดสีอยู่ผิวชั้นลึก สีจะดูจางแต่กระจาย รักษายากและใช้เวลานาน

3 ฝ้าผสม Mixed Melasma เป็นทั้งฝ้าตื้นและลึกในจุดเดียวกัน ซึ่งพบได้บ่อยและแก้ยากสุด


5 วิธีดูแลผิวให้หน้าใสไร้ฝ้า 

1 หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องออกกลางแจ้งต้องป้องกันผิวด้วยการสวมหมวกหรือกางร่มด้วย

2 ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง และเลือกสูตรที่มี SPF 30 ขึ้นไป

3 ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยน เช่น niacinamide, vitamin C, kojic acid, arbutin, azelaic acid

4 ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ผิวแข็งแรงขึ้น และฝ้าจางเร็ว

5 ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ควรเลือกที่ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน


วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับคนมีฝ้า

วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับคนมีฝ้า

1 เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30+ ช่วยป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้ ฝ้าเข้มขึ้น และดูค่า PA+++ เพื่อป้องกันรังสี UVA ที่สามารถทะลุเข้าผิวชั้นลึก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าในอนาคต 


2 เลือกเนื้อครีมต้องบางเบา ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน เพราะคนที่เป็นฝ้ามักมีปัญหาเรื่องการระคายเคืองผิวง่าย ดังนั้นต้องเลือกสูตรซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ จะได้ผลดีกว่ากันแดดทั่วไป


3 มีส่วนผสมที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ เช่น Vitamin C, Niacinamide, Green Tea Extract หรือ กันแดดแบบ Hybrid Sunscreen เพราะสารเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและช่วยลดฝ้าได้ดี 


4 หลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระตุ้นการระคายเคือง ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เลือกสูตร Fragrance-Free และ Alcohol-Free เพื่อความปลอดภัยและลดการแพ้


5. เลือกกันแดดแบบที่เหมาะกับผิวบอบบางโดยเฉพาะ เพราะคนที่ผิวบอบบางมีโอกาสเกิดฝ้าง่ายกว่าปกติ และควรเลือกสูตรที่ช่วยสะท้อนรังสียูวี และมีสารช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้น


ป้องกันฝ้าด้วยครีมกันแดดสูตร Hybrid Sunscreen

ครีมกันแดดสูตร Hybrid อย่าง UV LIGHT DEFENSE PROTECTION BOOSTER SUNSCREEN SPF 50 PA+++ เหมาะกับทุกสภาพผิว หรือคนที่มีปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำ เพราะรวมกันแดดสูตร Physical และ Chemical ไว้ด้วยกัน จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสีUVA/UVB และแสงสีฟ้า

ซึ่งกันแดดชนิดนี้มีเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน ปราศจากแอลกอฮอล์ และน้ำหอม อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ช่วยลดโอกาสเกิดฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ได้ทุกวันโดยไม่เกิดการระคายเคือง


 
 
bottom of page