ทาครีมกันแดดทำให้ขาวขึ้นไหม? เข้าใจผิวใสใน 1 นาที

Key Takeaways :
กันแดดไม่ใช่ครีมฟอกสีผิว ทาแล้วไม่ได้เปลี่ยนสีผิวเดิมของเราให้ขาวขึ้นแบบข้ามคืนครับ แต่เขาจะช่วย "บล็อก" ไม่ให้รังสี UV เข้ามาทำร้ายผิวจนดำคล้ำ พอผิวไม่ถูกทำร้าย ร่างกายก็จะผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ผิวเราค่อยๆ กลับมาสว่างใสเท่ากับสีผิวที่แท้จริงของเราครับ (ลองก้มดูสีผิวที่ท้องแขนด้านในดูนะ นั่นแหละคือเป้าหมายของเรา!)
ปกป้องดีกว่าแก้ พวกฝ้า กระ จุดด่างดำ ไม่ได้เกิดในวันเดียว แต่เกิดจากการสะสมแสงแดดมานาน การทากันแดดทุกวันเลยเป็นการตัดต้นตอของปัญหาผิวหมองคล้ำที่ดีที่สุดครับ
ทาให้ถูก ถึงจะเห็นผล มีของดีต้องใช้ให้ถูกวิธีด้วยนะครับ อย่าลืมทาให้ได้ปริมาณ "2 ข้อนิ้ว" สำหรับทั่วหน้าและลำคอ ทาน้อยไปประสิทธิภาพกันแดดจะตกเอานะครับ
เลือกให้ตอบโจทย์ ถ้าอยากได้ความกระจ่างใสไปพร้อมๆ กัน แนะนำให้มองหากันแดดที่มีสารบำรุงอย่าง Niacinamide (Vitamin B3) หรือ Alpha Arbutin อย่าง Monday & Saturday SPF 50 PA+++ ที่นอกจากจะปกป้องผิวได้เต็มที่แล้ว ยังมาในเนื้อ Cloud Cream บางเบา ไม่ทำให้หน้าเยิ้ม และอ่อนโยนกับผิวแพ้ง่ายมากๆ ครับ
ทาครีมกันแดดทำให้ขาวขึ้นไหม คำตอบที่ต้องเข้าใจให้ถูกก่อน
ซื้อครีมกันแดดมาทาทุกวัน โบกหนาๆ เพราะหวังว่าผิวจะขาวขึ้นเหมือนทาครีมบำรุง บอกเลยว่าเป็นความเข้าใจที่หลายคนยังสับสนอยู่ครับ เพื่อให้เราดูแลผิวได้อย่างถูกต้อง ลองมาทำความเข้าใจกลไกจริงๆ ของครีมกันแดดกันก่อนดีกว่าครับ
ครีมกันแดดไม่มีสารฟอกสีผิว จึงไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นโดยตรง
เราต้องเข้าใจก่อนครับว่า หน้าที่หลักของครีมกันแดดคือ การปกป้อง ไม่ใช่ การปรับสีผิว ในเนื้อครีมกันแดดทั่วไปที่ไม่ได้ผสมสารบำรุงเพิ่มเติม จะไม่มีสารฟอกสีผิวหรือสารกลุ่มไวท์เทนนิ่ง ที่จะไปเปลี่ยนเม็ดสีผิวเดิมของเราให้ขาวขึ้นได้ ดังนั้น การทาครีมกันแดดเพียงอย่างเดียว จึงไม่ได้ไปเปลี่ยนโครงสร้างสีผิวตามธรรมชาติของเราโดยตรงครับ
ทำไมหลายคนรู้สึกว่าผิวดูขาวขึ้นหลังทากันแดดต่อเนื่อง
ถ้าครีมกันแดดไม่ได้ทำให้ขาว แล้วทำไมคนที่ทากันแดดเป็นประจำถึงรู้สึกว่าผิวดูสว่างและใสขึ้นล่ะ?
เหตุผลคือแบบนี้ครับ... แสงแดดและรังสี UV คือปัญหาหลักที่ทำให้ผิวเราผลิต เมลานิน หรือเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้ผิวเราดูหมองคล้ำและเกิดจุดด่างดำ พอเราทาครีมกันแดดเพื่อบล็อกรังสี UV ผิวก็ไม่ต้องสร้างเม็ดสีเข้มๆ เหล่านี้ออกมา ร่างกายจึงค่อยๆ ผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียออกไปตามธรรมชาติ ทำให้ผิวของเรากลับคืนสู่ ความสว่างสูงสุดตามธรรมชาติ ที่เรามีตั้งแต่เกิดนั่นเองครับ และการที่ผิวเราไม่ถูกทำร้ายให้เกิดการอักเสบสะสมใต้ผิว ก็ยิ่งทำให้ผิวดูสุขภาพดีและไม่หมองโทรมครับ
ทาครีมกันแดดช่วยป้องกันผิวคล้ำเสียจากแสงแดดได้จริงหรือไม่

เพราะแสงแดดคือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ผิวเราดูหมองคล้ำและเกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมา ลองมาดูการทำงานของมันกันครับ
กลไกการปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสี
เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ แสงแดดที่ส่องมาถึงผิวเราจะมีรังสีตัวร้ายหลักๆ อยู่ 2 ชนิดครับ
UVB (B = Burning): ตัวนี้ทำร้ายผิวชั้นนอก ทำให้ผิวแดง ไหม้แดด และส่งผลให้เกิดความหมองคล้ำ
UVA (A = Aging): ตัวนี้ร้ายลึกกว่า เพราะทะลุลงไปถึงผิวชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ และเร่งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ครีมกันแดดจะทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกัน ที่คอยดูดซับหรือสะท้อนรังสีเหล่านี้ออกไป ไม่ให้ทะลุลงไปทำร้ายเซลล์ผิวของเราได้นั่นเองครับ
ความสัมพันธ์ระหว่างแสงแดดสะสมกับฝ้า กระ จุดด่างดำ
รู้ไหมครับว่า ฝ้าและกระที่เราเห็น ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นจากการตากแดดแค่เมื่อวาน แต่มันคือ "ผลลัพธ์ของการสะสม" รังสี UV มาเป็นเวลานาน เมื่อผิวได้รับรังสี UV ต่อเนื่อง ร่างกายจะผลิตเม็ดสีเมลานินออกมาปกป้องผิวเรื่อยๆ จนเกิดการจับตัวกันเป็นกระจุก ทำให้เกิดจุดด่างดำที่แก้ยาก การทากันแดดจึงเป็นการตัดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นครับ
วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับคนอยากผิวใส
พอรู้แล้วว่าครีมกันแดดสำคัญ ทีนี้เราจะเลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์เรื่องความกระจ่างใส แถมยังเข้ากับอากาศบ้านเรา? ผมมีทริคการเลือกง่ายๆ มาฝากครับ
เข้าใจค่า SPF และ PA ก่อนเลือกซื้อ
เวลาหยิบครีมกันแดดขึ้นมา ให้มองหา 2 ค่านี้เสมอครับ:
SPF (Sun Protection Factor): บอกประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากรังสี UVB ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งปกป้องได้นาน สำหรับแดดเมืองไทย แนะนำที่ SPF 50 ครับ
PA (Protection Grade of UVA): บอกระดับการปกป้องรังสี UVA ที่ทำให้เกิดฝ้ากระ ยิ่งบวก (+) เยอะ ยิ่งปกป้องได้ดี แนะนำให้เลือก PA+++ หรือ PA++++ ขึ้นไปครับ
เนื้อสัมผัสที่เหมาะกับสภาพผิวคนไทย บางเบา ไม่ทิ้งคราบขาว ไม่อุดตัน
เพราะถ้ากันแดดเนื้อหนา เหนียวเหนอะหนะ เราจะไม่อยากทาในปริมาณที่ถูกต้อง (2 ข้อนิ้ว) สภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา ควรเลือกเนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมไว เช่น เนื้อเซรั่ม เจล หรือ Cloud Cream ที่เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว และต้องไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดโอกาสเกิดสิวครับ
ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น ควรมองหาอะไรบ้าง
สำหรับคนที่อยากได้ผลลัพธ์เรื่องผิวกระจ่างใสไปพร้อมๆ กัน ลองพลิกดูส่วนผสมหลังกล่องครับ หากมีส่วนผสมกลุ่มบำรุงผิว เช่น Niacinamide (Vitamin B3) หรือ Alpha Arbutin ที่มีคุณสมบัติช่วยจัดการความหมองคล้ำอย่างอ่อนโยน ก็จะยิ่งช่วยเสริมให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นได้ดีกว่าการใช้กันแดดธรรมดาครับ
แนะนำครีมกันแดดที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยปกป้องผิวและอยากให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น แต่ก็กังวลว่าผิวตัวเองระคายเคืองง่าย จะใช้อะไรดี? ผมขอหยิบยกไอเทมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้โดยเฉพาะมาเล่าให้ฟังครับ
รู้จักครีมกันแดด Monday & Saturday SPF 50 PA+++ เนื้อ Cloud Cream

หลายคนคงเคยเจอปัญหากันแดดเนื้อหนาเตอะ ทาแล้วหน้าเยิ้มระหว่างวันใช่ไหมครับ? ครีมกันแดดของ Monday & Saturday มาเพื่อแก้ปัญหานี้เลยครับ ด้วยการทำเนื้อสัมผัสแบบ "Cloud Cream" ที่ให้ความรู้สึกนุ่ม เบาสบายผิวเหมือนก้อนเมฆ เกลี่ยง่าย ซึมไว และไม่ทิ้งคราบขาวกวนใจหลังทา ทำให้เราสามารถทาในปริมาณที่ถูกต้องได้โดยไม่รู้สึกหนักหน้าเลยครับ
สารบำรุงในสูตรที่ช่วยเรื่องสีผิวสม่ำเสมอ Vitamin B3, Alpha Arbutin, Nanowhite
อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่า กันแดดทั่วไปไม่ได้เปลี่ยนสีผิวเรา แต่สูตรนี้มีความพิเศษตรงที่ใส่สารบำรุงหรือ Skincare-infused เข้ามาด้วย
ตัวหลักๆ เลยคือ Vitamin B3 (Niacinamide) ที่แพทย์ผิวหนังมักแนะนำ เพราะช่วยลดเลือนความหมองคล้ำได้อย่างอ่อนโยน เสริมทัพด้วย Alpha Arbutin และนวัตกรรม Nanowhite ที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องจุดด่างดำและรอยดำจากแดดโดยเฉพาะ เมื่อส่วนผสมเหล่านี้ทำงานร่วมกับการปกป้องรังสี UV จึงช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
จุดเด่นด้านความอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม และสาร SLS/SLES
สำหรับคนผิวแพ้ง่าย หรือเป็นสิวง่าย สบายใจได้เลยครับ เพราะสูตรนี้ตัดสารก่อการระคายเคืองที่พบบ่อยในเครื่องสำอางออกไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น แอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม หรือสารทำความสะอาดกลุ่ม SLS/SLES โอกาสที่ทาแล้วจะแสบผิวหรือเกิดการอุดตันจึงน้อยมากๆ ครับ
วิธีทาครีมกันแดดให้ผิวดูกระจ่างใสและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
มีของดีอยู่ในมือแล้ว ถ้าทาผิดวิธีก็เหมือนไม่ได้ทานะครับ! การทากันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อปกป้องผิวไม่ให้คล้ำเสีย มีเทคนิคง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะเผลอมองข้ามไปครับ
ปริมาณและความถี่ในการทาที่เหมาะสม
สำหรับ ใบหน้าและลำคอ ปริมาณที่ถูกต้องและได้ค่า SPF ตามที่ระบุข้างขวดคือ ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือเทียบเท่า ครึ่งช้อนชา ครับ และถ้าต้องออกแดดจัด หรือมีเหงื่อออกเยอะ ควรทาซ้ำทุกๆ 2–3 ชั่วโมง เพื่อให้เกราะป้องกันผิวยังทำงานได้เต็มที่ครับ
ลำดับการทาในรูทีนสกินแคร์
จำง่ายๆ แบบนี้ ให้ลงสกินแคร์ตามปกติ (น้ำตบ > เซรั่ม > มอยส์เจอไรเซอร์) รอให้สกินแคร์ซึมเข้าผิวสัก 1-2 นาที แล้วค่อยลงครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ จากนั้นทิ้งให้กันแดดเซ็ตตัวเกิดเป็นฟิล์มเคลือบผิวสักพัก ค่อยเริ่มลงรองพื้นหรือแต่งหน้าต่อครับ
พฤติกรรมที่ทำให้ทากันแดดแล้วไม่เห็นผล
ที่เจอบ่อยมากๆ คือ ทาน้อยเกินไปเพราะกลัวหน้ามัน, ทาแล้วออกแดดเลยโดยไม่รอให้กันแดดเซ็ตตัว, หรือเอาครีมกันแดดไปผสมกับรองพื้นแล้วทาพร้อมกัน (วิธีนี้ทำให้ประสิทธิภาพกันแดดลดลงอย่างมากครับ) และอีกเรื่องคือ ทาแค่ตอนเช้าครั้งเดียวแล้วลุยแดดทั้งวันโดยไม่เติมเลย แบบนี้รังสี UV ก็ยังเล็ดลอดมาทำร้ายผิวได้อยู่ดีครับ
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับครีมกันแดดกับผิวขาว ที่ควรเข้าใจใหม่
แม้แต่ในต่างประเทศ เรื่องของครีมกันแดดกับสีผิวก็ยังเป็นหัวข้อที่มีคนเข้าใจคลาดเคลื่อนกันเยอะมาก หลายคนคาดหวังผลลัพธ์จากครีมกันแดดผิดไป ทำให้ดูแลผิวได้ไม่เต็มที่ เราลองมาปรับความเข้าใจใหม่กันทีละประเด็นดีกว่าครับ
ครีมกันแดดกับครีมไวท์เทนนิ่ง แตกต่างกันอย่างไร
ครีมกันแดดทำหน้าที่เหมือน ร่มที่คอยกางรับแสงแดด ไม่ให้รังสี UV ทำร้ายผิวจนเกิดความหมองคล้ำใหม่ ส่วนครีมไวท์เทนนิ่งจะเข้าไปดูแลจัดการกับเม็ดสีที่เกิดขึ้นไปแล้วใต้ชั้นผิว ดังนั้น ถ้าอยากให้สีผิวดูสม่ำเสมออย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ทั้งสองอย่างควบคู่กันจึงดีที่สุดครับ
ทาครีมกันแดดทุกวันแล้วผิวยังคล้ำ อาจไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์
ทากันแดดทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน แต่ทำไมกลับมารู้สึกหน้ายังหมองๆ หลายคนมักจะโทษว่าครีมกันแดดตัวนั้นไม่ดี แต่จริงๆ แล้ว แพทย์ผิวหนังในต่างประเทศมักจะชี้ให้เห็นว่า ปัญหานี้เกิดจาก พฤติกรรม ของเราเองครับ
เช่น การทาในปริมาณที่น้อยเกินไป เหงื่อออกหรือใช้กระดาษซับมันซับหน้าจนกันแดดหลุดลอกระหว่างวัน หรือแม้กระทั่งการนั่งทำงานริมหน้าต่างที่รังสี UVA สามารถทะลุกระจกเข้ามาได้ โดยที่เราไม่ได้ทากันแดดซ้ำเลย เป็นสาเหตุให้ผิวเรายังคงได้รับผลกระทบจากแสงแดดสะสมอยู่ครับ
ครีมกันแดดไม่สามารถลบรอยดำหรือจุดด่างดำที่เกิดขึ้นแล้วได้
นี่คือเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันใหม่เลยครับ ครีมกันแดดไม่ใช่ยางลบที่ทาปุ๊บแล้วรอยดำจากสิวหรือฝ้าจะหายมันทำได้แค่ปกป้องไม่ให้รอยเดิมเข้มขึ้นกว่าเดิม และป้องกันไม่ให้เกิดรอยใหม่เท่านั้นครับ หากต้องการดูแลปัญหารอยดำที่ฝังลึกไปแล้ว เราจำเป็นต้องพึ่งพาส่วนผสมในกลุ่มสกินแคร์เพื่อดูแลปัญหาเหล่านั้นโดยเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมกันแดดกับผิวขาว
ทาครีมกันแดดอย่างเดียวโดยไม่บำรุงผิวอื่นเลย ผิวขาวขึ้นได้ไหม
ผิวจะสามารถกลับมาสว่างใสได้เท่ากับ เฉดสีผิวที่สว่างที่สุดตามธรรมชาติของเรา (ลองดูสีผิวที่ท้องแขนด้านในครับ) เพราะผิวไม่ถูกแสงแดดทำร้ายเพิ่ม และเกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่คล้ำเสียออกไปตามวงจรธรรมชาติ แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนเฉดสีผิวให้สว่างไปกว่าที่พันธุกรรมเรากำหนดไว้ได้ครับ
ครีมกันแดดสูตรไหนเหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายที่อยากผิวกระจ่างใสขึ้น
สำหรับผิวแพ้ง่าย ผมแนะนำให้มองหากันแดดที่ตัดสารก่อความระคายเคืองอย่าง น้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน ออกไปครับ ยิ่งถ้าเป็นสูตรที่มีส่วนผสมบำรุงอย่าง Niacinamide (Vitamin B3) ที่มีความอ่อนโยนสูง ก็จะช่วยตอบโจทย์เรื่องความสม่ำเสมอของสีผิวได้โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคืองครับ
ควรใช้ค่า SPF เท่าไรถึงเพียงพอสำหรับการป้องกันผิวคล้ำ
ถ้าใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเรือนหรือออฟฟิศเป็นหลัก SPF 30 ก็ถือว่าครอบคลุมการปกป้องพื้นฐานแล้วครับ แต่สำหรับสภาพอากาศเมืองไทยที่เราต้องเจอแดดแรงๆ ระหว่างวัน หรือต้องเดินออกไปกินข้าวกลางวัน การเลือกใช้ SPF 50 และ PA+++ ขึ้นไป จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและครอบคลุมกับไลฟ์สไตล์บ้านเรามากกว่าครับ