Double Cleansing จำเป็นไหม? วิธีล้างหน้าลดสิวอุดตันฉบับคนทากันแดด
- 14 ก.ค.
- ยาว 2 นาที

Key Takeaways
ล้าง 2 รอบ ไม่ได้จำเป็นกับทุกคน ควรทำเฉพาะคนที่ทากันแดดกันน้ำ (Water-resistant), แต่งหน้า หรือเจอมลภาวะหนัก หากทาแค่กันแดดสูตรน้ำ ล้างด้วยโฟมรอบเดียวก็พอแล้ว
หน้าแห้ง มือแห้ง ขั้นตอนแรกต้องลงออยล์หรือบาล์มบนผิวที่ แห้งสนิท นวด 30-60 วินาที จากนั้นพรมน้ำให้เปลี่ยนเป็นน้ำนมก่อนล้างออก แล้วค่อยตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าบนผิวเปียก
ระวังผิวพัง แนะนำให้ทำ Double Cleansing เฉพาะ ตอนเย็นและห้ามใช้น้ำร้อน หรือโฟมล้างหน้าที่ล้างแล้วหน้าแห้งเอี๊ยด เพราะจะทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม
คนผิวมัน/เป็นสิว ใช้ออยล์ได้ แต่ต้องเลือกสูตรที่ระบุว่าไม่อุดตัน (Non-comedogenic) หรือถ้ากลัวความมัน ให้เปลี่ยนไปใช้คลีนซิ่งบาล์ม หรือ ไมเซล่าร์วอเตอร์ แทน
ทางลัดลดสิวอุดตัน เลือกใช้ครีมกันแดดที่ล้างออกง่ายและไม่ทิ้งคราบตกค้างในรูขุมขน อย่าง Monday and Saturday ก็จะช่วยลดความยุ่งยากในการล้างหน้า และลดโอกาสเกิดสิวอุดตันได้ตั้งแต่ต้นทาง
Double Cleansing จำเป็นไหม? เจาะลึกวิธีล้างครีมกันแดดกันน้ำให้สะอาด ลดสิวอุดตัน
ทากันแดดทุกวัน ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ตามปกติแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาสิวอุดตันและหน้ามันระหว่างวัน มักมาจากครีมกันแดดสูตรกันน้ำ (Water-resistant) ที่ถูกออกแบบมาให้เกาะติดผิวแน่นมาก ทำให้เจลหรือโฟมล้างหน้าทั่วไปล้างออกไม่หมด
เมื่อเกิดปัญหานี้ หลายคนจึงเลือกใช้วิธี Double Cleansing หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "ล้าง 2 รอบ สะอาดกว่าเสมอ จริงๆแล้วการล้างหน้าผิดวิธีหรือล้างบ่อยเกินไป จะเข้าไปทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวเสียสมดุล แห้งตึง และทำให้ให้สิวยิ่งเห่อหนักกว่าเดิม
Double Cleansing คืออะไร? ทำไมโฟมล้างหน้าอย่างเดียวอาจไม่พอ
เครื่องสำอางและครีมกันแดดส่วนใหญ่ถูกทำให้กันน้ำและติดทนทาน เพื่อให้เมคอัพไม่ไหลเยิ้มและกันแดดปกป้องผิวได้นาน โฟมล้างหน้าทั่วไปที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักมักไม่สามารถล้าง คราบที่เคลือบอยู่บนผิวออกได้หมด
Double Cleansing คืออะไร?
คือการล้างหน้าแบบ 2 ขั้น เพื่อจัดการสิ่งสกปรกบนผิวให้สะอาด:
ขั้นที่ 1 ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมัน เช่น คลีนซิ่งออยล์ คลีนซิ่งบาล์ม หรือไมเซล่าร์วอเตอร์ เพื่อละลายคราบกันแดด เครื่องสำอาง และความมันส่วนเกิน
ขั้นที่ 2 ใช้โฟม เจล หรือคลีนเซอร์สูตรน้ำ เพื่อล้างคราบสกปรกที่หลงเหลือ ฝุ่นละออง หรือคราบเหงื่อออกจากผิวหน้าในขั้นตอนสุดท้าย
น้ำมันละลายน้ำมัน
สารที่เหมือนกันจะละลายเข้าหากันได้ดี ดังนั้น ครีมกันแดดและน้ำมันบนผิวหน้าของเรา จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันในการ ดึงและละลาย คราบเหล่านั้นให้ออกจากผิว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมเมื่อโดนน้ำ เพื่อให้ล้างออกได้ง่ายขึ้นโดยไม่ทิ้งคราบมันตกค้าง
ความแตกต่างระหว่าง "คลีนซิ่ง" และ "คลีนเซอร์"

คลีนซิ่ง: ทำหน้าที่ช่วยละลาย มีหน้าที่ขจัดสิ่งเคลือบผิวที่ล้างออกยาก เช่น กันแดดกันน้ำและเครื่องสำอาง
คลีนเซอร์: ทำหน้าที่ทำความสะอาดผิวจริง ช่วยขจัดฝุ่นละอองและคราบสกปรกทั่วไป รวมถึงล้างคราบจากคลีนซิ่งขั้นตอนแรกออกให้หมด
Double Cleansing จำเป็นไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน การล้างหน้า ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวันและสภาพผิวของเรา เพราะถ้าล้างหน้าผิดวิธีอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
จำเป็นสำหรับใคร?
คนที่ทากันแดดกันน้ำ (Water-resistant) หรือแต่งหน้า: เพราะสารเคลือบผิวเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ โฟมล้างหน้าธรรมดาจึงล้างออกได้ไม่หมด
คนที่มีผิวมันมาก: คลีนซิ่งออยล์จะช่วยดึงความมัน (Sebum) ส่วนเกินออกจากรูขุมขนได้ดี
คนที่ต้องเจอมลภาวะสูง: ฝุ่นเล็ก ๆ อย่าง PM 2.5 มักจะเกาะติดกับความมันบนใบหน้า การใช้ออยล์หรือบาล์มจะช่วยจับฝุ่นเหล่านี้ออกไปได้ดีกว่า
อาจไม่จำเป็นสำหรับใคร?
คนที่มีผิวแห้งมาก หรือผิวบอบบางแพ้ง่าย: การล้างหน้าหลายรอบอาจดึงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติออกจากผิวมากเกินไป
วันที่อยู่บ้าน และไม่ได้แต่งหน้า: ถ้าทาแค่สกินแคร์หรือกันแดดสูตรน้ำ (Water-based) ที่ล้างออกง่าย การใช้โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนรอบเดียวก็พอแล้ว
การล้างหน้ามากเกินไป
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ยิ่งล้างหลายรอบ ยิ่งสะอาดการล้างหน้าบ่อยหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงเกินไป จะทำให้เกิดภาวะ Over-cleansing ซึ่งไปทำลายเกราะป้องกันผิว
เมื่อไขมันดีที่จำเป็นบนผิวถูกทำลาย ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ทำให้หน้าแห้ง ลอก และระคายเคือง สำหรับคนผิวมัน ร่างกายอาจตอบสนองด้วยการผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวเห่อขึ้นได้
ทางเลือกอื่นสำหรับคนไม่อยากใช้ออยล์
ถ้ากังวลเรื่องการอุดตันแต่ไม่อยากใช้คลีนซิ่งออยล์หรือบาล์ม สามารถใช้ Micellar Water เช็ดทำความสะอาดเป็นขั้นตอนแรกแทนได้ โมเลกุลไมเซลล์ จะช่วยดึงดูดคราบมันและสิ่งสกปรกอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทิ้งความมันตกค้างไว้บนผิว เหมาะสำหรับวันที่ทากันแดดทั่วไปหรือแต่งหน้าเบา ๆ
เช็กก่อนล้าง! กันแดดของคุณต้อง Double Cleansing ไหม
ครีมกันแดดแต่ละชนิดมีส่วนผสมที่ต่างกัน จึงไม่ใช่ทุกตัวที่ต้องล้าง 2 ขั้นตอนเสมอไป การสังเกตและทดสอบเนื้อกันแดดที่เราใช้อยู่ จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งจากการอุดตัน และป้องกันการล้างหน้ามากเกินความจำเป็น
กันแดดกันน้ำ (Water-resistant) มักต้องใช้ออยล์
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการดูที่ฉลากผลิตภัณฑ์ หากมีคำว่า Water-resistant, Sweat-resistant หรือ Sport แสดงว่าสูตรนั้นผสมสารก่อฟิล์ม เพื่อให้เกาะติดผิวและทนน้ำ โฟมหรือเจลล้างหน้าสูตรน้ำทั่วไปจึงล้างฟิล์มนี้ออกได้ไม่หมด จำเป็นต้องใช้คลีนซิ่งกลุ่มน้ำมัน เพื่อละลายคราบออก
วิธีทดสอบง่าย ๆ ว่าต้องใช้คลีนซิ่งหรือไม่
ทากันแดดลงบนหลังมือ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีให้เนื้อเซตตัว
เปิดน้ำไหลผ่านผิวหรือหยดน้ำลงไป
สังเกตผล: หากน้ำจับตัวเป็นหยดกลมและกลิ้งไปมาโดยไม่ซึมลงผิว (Water Beading Effect) แสดงว่ากันแดดนั้นกันน้ำได้สูง จำเป็นต้องทำ Double Cleansing แต่ถ้าน้ำแบนราบและผิวเปียกชุ่มตามปกติ การใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนล้างเพียงขั้นตอนเดียวก็เพียงพอ
กันแดดเคมี vs กันแดดกายภาพ ล้างออกต่างกันยังไง?
กันแดดเคมี: ทำงานโดยการซึมเข้าสู่ผิวชั้นบนเพื่อดูดซับรังสี หากไม่ใช่สูตรกันน้ำพิเศษ มักจะมีเนื้อสัมผัสเบาบางและหลุดออกได้ง่ายด้วยสารทำความสะอาดทั่วไป
กันแดดกายภาพ: ทำงานโดยใช้แร่ธาตุ (เช่น Zinc Oxide, Titanium Dioxide) เป็นเกราะเคลือบ "บนผิว" เพื่อสะท้อนแสง แร่ธาตุเหล่านี้มักต้องผสมกับซิลิโคนและน้ำมันเพื่อให้เกาะผิวแน่น จึงล้างออกยากกว่ามาก หากไม่ล้างด้วยคลีนซิ่งออยล์หรือบาล์มก่อน มักจะทิ้งคราบขาวและทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย
หมดกังวลเรื่องการทำความสะอาดด้วยครีมกันแดด Monday and Saturday
หากคุณกำลังมองหาครีมกันแดดที่ช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนการล้างหน้าและลดความกังวลเรื่องสิวอุดตัน ขอแนะนำครีมกันแดดจาก Monday and Saturday ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะ มีจุดเด่นที่เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยลงบนผิวได้ง่าย และไม่ทิ้งคราบขาวลอยบนใบหน้า ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เพิ่มความมันส่วนเกิน สิ่งสำคัญคือเนื้อครีมกันแดดสามารถทำความสะอาดออกได้ง่าย ไม่เกาะติดฝังลึกในรูขุมขนจนล้างยาก ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสิ่งตกค้างบนผิว ทำให้ขั้นตอนการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าของคุณง่ายขึ้น และลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันได้
วิธีทำ Double Cleansing ที่ถูกต้อง
ขั้นที่ 1: ลงคลีนซิ่งออยล์หรือบาล์มบน ผิวหน้าและมือที่แห้งสนิท
ต้องทำตอนผิวแห้ง เพราะถ้าผิวเปียก น้ำจะกลายเป็นชั้นฟิล์มกั้นไม่ให้ออยล์เข้าไปละลายคราบกันแดด เครื่องสำอาง และความมัน ได้เต็มที่
วิธีทำ: นวดวนเบา ๆ เป็นวงกลมตามแนวรูขุมขน ใช้เวลาประมาณ 30-60 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่พอดีในการละลายสิ่งสกปรก ไม่ควรนวดนานกว่านี้เพราะอาจเป็นการดันสิ่งสกปรกกลับเข้าไปในรูขุมขน
เทคนิค พรมน้ำให้ออยล์เปลี่ยนเป็น น้ำนม
หลายคนพลาดและห้ามข้ามเด็ดขาด! หลังจากนวดออยล์จนทั่วแล้ว ให้แตะน้ำเปล่าลงบนผิวเล็กน้อยแล้วนวดต่อ ปฏิกิริยานี้เรียกว่า Emulsification จะทำให้ออยล์หรือบาล์มเปลี่ยนเป็นน้ำนมสีขาวขุ่น ซึ่งช่วยดึงคราบไขมันให้หลุดออกจากผิว ทำให้ล้างออกง่ายและไม่ทิ้งความมันตกค้างให้เกิดสิว
ขั้นที่ 2: ล้างโฟมหรือเจลล้างหน้าบน ผิวเปียก
เมื่อล้างคราบน้ำนมออกหมดแล้ว ขณะที่ผิวยังเปียก ให้ใช้คลีนเซอร์สูตรน้ำ (เจลหรือโฟม) ล้างตามทันทีเพื่อเก็บตกฝุ่นละอองและสารตกค้าง
ข้อควรระวัง: ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาด เพราะจะไปละลายชั้นไขมันดีที่เคลือบผิวอยู่ ทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแห้งและสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างหนัก
ควรทำตอนไหนดี ?
ช่วงกลางคืน: เป็นช่วงเวลาที่จำเป็นต้องทำ Double Cleansing ที่สุด เพื่อชะล้างครีมกันแดดและมลภาวะที่สะสมมาทั้งวัน
ช่วงเช้า: ล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลสูตรอ่อนโยนขั้นตอนเดียวก็พอครับ การทำ Double Cleansing ตอนเช้าเสี่ยงต่อการล้างหน้ามากเกินไป จนผิวแห้ง ยกเว้นคนที่ผิวมันมากจริง ๆ หรือทาสกินแคร์เนื้อหนักจัดเต็มในคืนก่อนหน้า
ระวังเรื่องค่า pH ของผิว
โดยธรรมชาติผิวของเรามีความเป็นกรดอ่อน ๆ ค่า pH จะอยู่ที่ประมาณ 4.7 - 5.5 หากเจลหรือโฟมล้างหน้าตัวที่สองที่คุณใช้มีความเป็นด่างสูง กลุ่มที่ล้างแล้วหน้าแห้งเอี๊ยด เมื่อนำมาใช้ทำ Double Cleansing จะยิ่งเร่งให้เกราะป้องกันผิวพังง่ายขึ้น แนะนำให้เลือกคลีนเซอร์ตัวที่ 2 ที่ระบุว่าเป็น pH Balance ค่า pH ใกล้เคียง 5.5 เพื่อรักษาสมดุลผิวให้แข็งแรง
Double Cleansing สำหรับคนเป็นสิวและผิวมัน ทำอย่างไรไม่ให้อุดตันเพิ่ม?

คนผิวมันหรือคนที่เป็นสิวมักจะกลัวการใช้ออยล์ล้างหน้า เพราะกังวลว่าจะยิ่งทำให้หน้ามันและอุดตัน แต่จริงๆแล้ว การใช้ออยล์คือวิธีลดความมันส่วนเกินในรูขุมขนได้ดีที่สุด ขอแค่เลือกผลิตภัณฑ์ให้เป็นและล้างให้ถูกวิธี
เลือกใช้ออยล์ที่ ไม่อุดตัน Non-comedogenic
ควรหาคำว่า Non-comedogenic บนฉลาก แนะนำให้เลือกใช้น้ำมันสกัดจากธรรมชาติเช่น โจโจ้บาออยล์, สควาเลน หรือ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน และควรหลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีความเสี่ยงอุดตันสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว หรือ Mineral Oil บางชนิด
คนไม่ชอบความมันเลือก: บาล์ม หรือ ไมเซล่า
ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายผิวเวลาใช้ออยล์เนื้อเหลว แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ คลีนซิ่งบาล์มแทน เพราะเนื้อบาล์มจะค่อยๆ ละลายเป็นน้ำมันเมื่อเรานวดบนผิว ทำให้กะปริมาณและควบคุมได้ง่ายกว่า หรือจะใช้ คลีนซิ่งแบบน้ำที่สามารถไดักจับความมันและสิ่งสกปรกอย่างอ่อนโยนแทนก็ได้
เลือกเจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมลดสิว แต่อย่าแรงเกินไป
หลังจากล้างออยล์ออกแล้ว ควรตามด้วยเจลหรือโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมช่วยดูแลปัญหาสิว เช่น Salicylic Acid (BHA) เพราะสารตัวนี้สามารถละลายในไขมันและเข้าไปทำความสะอาดลึกถึงในรูขุมขนได้ดี แต่ควรเลือกความเข้มข้นที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งลอก
ห้ามใช้สารผลัดเซลล์ผิวร่วมกับยาทาสิวแรง ๆ พร้อมกัน
หากโฟมล้างหน้าของคุณมีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA หรือ BHA ไม่ควรใช้ร่วมกับยารักษาสิวกลุ่ม Benzoyl Peroxide หรือยาที่มีฤทธิ์ลอกผิวในเวลาเดียวกัน เพราะการใช้สารออกฤทธิ์แรง ๆ ซ้อนทับกัน จะทำให้ผิวระคายเคือง แสบแดง และทำให้เกราะป้องกันผิวพังได้
ทำไมล้างหน้าจน เอี๊ยดถึงทำให้หน้ายิ่งมัน?
การใช้โฟมล้างหน้าที่แรงจนผิวแห้งเอี๊ยด จะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นอย่างหนัก ต่อมไขมันจึงถูกสั่งให้ผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากกว่าเดิม ผลลัพธ์คือหน้าจะยิ่งมันเยิ้มระหว่างวัน และทำให้สิวอุดตันกลับมาเกิดซ้ำไม่จบไม่สิ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Double Cleansing ต้องทำทุกวันไหม?
ขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำวันของคุณครับ หากคุณทาครีมกันแดดสูตรกันน้ำ แต่งหน้าเป็นประจำ หรือต้องออกไปเจอมลภาวะหนัก ๆ ทุกวัน ก็ควรทำ Double Cleansing ทุกวัน (แนะนำให้ทำเฉพาะช่วงเย็น) เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกสะสมในรูขุมขนจนเกิดสิวอุดตัน
วันที่ไม่ได้แต่งหน้า ทาแค่ครีมกันแดด ต้องทำ Double Cleanse ไหม?
ขึ้นอยู่กับชนิดของครีมกันแดด
หากคุณใช้กันแดดกายภาพ Physical Sunscreen หรือกันแดดสูตรกันน้ำกันเหงื่อ ยังไงก็จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมัน Oil-based ละลายคราบออกก่อน
แต่ถ้าวันนั้นอยู่บ้านและใช้แค่กันแดดสูตรน้ำ Water-based ที่เคลมว่าล้างออกง่าย การใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนเพียงรอบเดียวก็สะอาดเพียงพอแล้ว
ใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าตัวเดียว ล้างซ้ำ 2 รอบได้ไหม?
ไม่แนะนำอย่างยิ่ง การเอาเจลหรือโฟมสูตรน้ำมาล้างหน้าซ้ำ 2 รอบ ไม่ได้ช่วยละลายคราบเครื่องสำอางหรือคราบกันแดดกันน้ำได้ดีขึ้น จะยิ่งไปล้างเอาไขมันดีที่เคลือบผิวชั้นนอกออกไปมากเกินควร ทำให้เกราะป้องกันผิว อ่อนแอ แห้งลอก และระคายเคืองได้ง่าย
Double Cleansing เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือเปล่า?
คนผิวแพ้ง่ายสามารถทำได้ครับ แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง ควรหลีกเลี่ยงคลีนซิ่งออยล์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือน้ำมันหอมระเหย แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ Micellar Water สูตรสำหรับผิวบอบบาง หรือคลีนซิ่งบาล์มเนื้ออ่อนโยนที่ไม่มีสารก่อการระคายเคืองแทน
ตอนเช้าจำเป็นต้องทำ Double Cleanse ไหม?
ไม่จำเป็น ในตอนเช้าผิวหน้าของเรามีเพียงสกินแคร์ที่ทาบำรุงไว้เมื่อคืนและความมันตามธรรมชาติ การล้างหน้าด้วยเจลหรือโฟมสูตรอ่อนโยนเพียงขั้นตอนเดียวก็สะอาดพอแล้ว การทำ Double Cleansing ในตอนเช้าจะเสี่ยงทำให้หน้าแห้งจากการล้างหน้ามากเกินไป
เห็นผลลดสิวอุดตันภายในกี่วัน?
วงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ของคนเราจะอยู่ที่รอบละประมาณ 28 วัน เมื่อคุณเริ่มล้างหน้าอย่างถูกวิธี ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกจะเริ่มรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้น ลูบแล้วสากมือน้อยลง แต่หากจะรอดูผลลัพธ์การลดลงของสิวอุดตันอย่างเห็นได้ชัดและยั่งยืน มักจะต้องใช้เวลาดูแลอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-8 สัปดาห์