top of page

ครีมกันแดดคนเป็นสิว เลือกแบบไหนดี? ลดรอยดำ ป้องกันการอุดตัน

  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที
ครีมกันแดดคนเป็นสิว เลือกแบบไหนดี? ลดรอยดำ ป้องกันการอุดตัน

Key Takeaways

  • คนเป็นสิว ห้ามข้าม การทากันแดด: แสงแดดจะทำให้รอยแดงและรอยดำจากสิวฝังลึกขึ้น นอกจากนี้ยารักษาสิวหลายตัวยังทำให้ผิวบางและไวต่อแสงแดด การทากันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก


  • คีย์เวิร์ดสำคัญตอนเลือกซื้อ: ควรเลือกที่มีคำว่า Non-comedogenic (ไม่อุดตัน), Oil-Free (ไม่มีน้ำมัน), ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ และควรเป็นเนื้อเจลหรือเนื้อน้ำที่เบาสบายผิว


  • ทาให้ถึง ล้างให้เกลี้ยง: ต้องทากันแดดปริมาณ 2 ข้อนิ้วเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ และที่สำคัญคือต้องทำ Double Cleansing (ใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าก่อนล้างโฟม) ทุกวัน เพื่อป้องกันสิวอุดตันสะสม


  • อย่าบ้าจี้กับค่า SPF ที่สูงเกินไป: สำหรับชีวิตประจำวัน SPF 30-50 ก็เพียงพอแล้ว ยิ่ง SPF สูงมาก เนื้อครีมจะยิ่งหนักและเสี่ยงต่อการอุดตันได้ง่ายขึ้น


  • มีไอเทมที่ตอบโจทย์คนเป็นสิวโดยตรง: หากไม่อยากลองผิดลองถูก Monday & Saturday สูตร Hybrid คือตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ด้วยเนื้อคลาวด์ครีมที่บางเบา กันมลภาวะ PM2.5 และตัดสารก่อการแพ้ทุกชนิดออกไป จึงมั่นใจได้ว่าไม่อุดตันผิว


ทำไมคนเป็นสิว "ยิ่งต้อง" ทากันแดด

คนเป็นสิวมักจะไม่อยากทากันแดด เพราะกลัวหน้ามันและกลัวสิวอุดตันเพิ่ม แต่รู้ไหมว่า การไม่ทากันแดดทำให้สิวและผิวหน้าแย่กว่าเดิม


  • แดดทำให้รอยสิวเข้มขึ้น: เวลาสิวโดนแดด ผิวจะผลิตเม็ดสีออกมาเยอะขึ้น ทำให้รอยดำและรอยแดงจากสิวฝังลึก สีเข้มขึ้น และจางช้ากว่าปกติมาก


  • ยาทาสิวทำให้ผิวไวต่อแดด: ถ้าใครทายาสิวหรือกรดผลัดเซลล์ผิว (เช่น เรตินอล, เบนแซค, AHA/BHA) ยาพวกนี้จะลอกเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ผิวเราบางลงและไวต่อแดดมาก ถ้าไม่ทากันแดด หน้าจะแดง แสบ ลอก และอักเสบได้ง่ายๆ


  • กันแดดคือส่วนหนึ่งของการรักษาสิว: การทากันแดดไม่ใช่แค่ของแถม แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ยาและครีมรักษาสิวที่เราทาไป ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ


5 ข้อที่ต้องมี ในกันแดดสำหรับคนเป็นสิว

1 มองหาคำว่า Non-comedogenic (ไม่อุดตัน)

  • คำนี้บนฉลากแปลง่ายๆ ว่า "ทาแล้วไม่อุดตันรูขุมขน" ซึ่งการอุดตันนี่แหละคือต้นเหตุของสิว เวลาซื้อกันแดดให้มองหาคำนี้บนขวดก่อนเป็นอันดับแรก


2 เป็นสูตร Oil-Free (ไม่มีน้ำมัน) หรือคุมมัน

  • คนเป็นสิวมักจะหน้ามันอยู่แล้ว การใช้สูตรไม่มีน้ำมัน จะช่วยให้หน้าไม่เยิ้มระหว่างวัน ส่วนสูตรคุมมัน จะช่วยซับความมันบนหน้า ทำให้แบคทีเรียสะสมน้อยลง


3 ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์

  • น้ำหอมทำให้หน้าแพ้และระคายเคืองได้ง่าย ส่วนแอลกอฮอล์ (พวกที่ระเหยไวๆ) ถึงจะทำให้เนื้อกันแดดซึมเร็ว แต่ก็ทำให้ผิวแห้งตึง พอหน้าแห้งเกินไป ผิวก็จะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบหน้า ทำให้หน้ามันกว่าเดิมและสิวขึ้นได้


4 เลือก SPF และ PA ให้พอดี (SPF 30-50 พอแล้ว)

  • ทาในชีวิตประจำวันใช้แค่ SPF 30-50 และ PA+++ หรือ PA++++ ก็พอแล้ว ไม่ต้องใช้ค่า SPF ที่สูงเกินไป เพราะยิ่ง SPF สูง เนื้อครีมจะยิ่งหนา เหนอะหนะ และมีโอกาสอุดตันผิวได้มากกว่าเดิม


5 เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งความมัน

  • คนเป็นสิวควรเลี่ยงเนื้อครีมข้นๆ แล้วเปลี่ยนมาใช้กันแดดเนื้อน้ำ (Water-based), เนื้อเจล, หรือเนื้อฟลูอิด (Fluid) แทน เพราะเนื้อพวกนี้จะซึมเข้าผิวได้เร็วกว่า ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่กองอยู่บนหน้าให้ฝุ่นหรือเหงื่อมาเกาะ


ส่วนผสมที่ควรหา VS ส่วนผสมที่ควรเลี่ยง

การพลิกดูส่วนผสมหลังขวดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้แน่ใจว่ากันแดดหลอดนั้นจะไม่ทำให้สิวเห่อเพิ่ม


1 ส่วนผสมที่เป็นมิตรกับคนเป็นสิว (ทาแล้วรอด)

เพื่อลดการอุดตันและดูแลสิว มองหาส่วนผสมพวกนี้ไว้เลย:


  • Zinc Oxide และ Titanium Dioxide: เป็นกันแดดแบบเคลือบผิว (Physical) โอกาสแพ้น้อยมาก ช่วยลดอาการแดงของผิวได้ด้วย


  • Niacinamide (วิตามินบี 3): ช่วยคุมมันบนหน้า และทำให้รอยแดงจากสิวดูจางลง


  • Salicylic Acid (BHA): ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ลดปัญหาการอุดตันในรูขุมขน


  • Hyaluronic Acid และ Glycerin: ช่วยเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้นแบบไม่ทำให้หน้ามัน หน้าจะได้ไม่แห้งลอกเป็นขุย


2 ส่วนผสมที่มักทำให้อุดตัน (ควรเลี่ยง)

สารบางตัวเนื้อหนัก หรือเคลือบผิวแน่นเกินไป ทำให้เสี่ยงเป็นสิวอุดตัน:


  • น้ำมันสกัดบางชนิด: เช่น น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) และ น้ำมันถั่วเหลือง (Soybean Oil) พวกนี้มีโอกาสอุดตันผิวได้ง่ายมาก


  • แว็กซ์และไขมันสัตว์: เช่น ไขผึ้ง (Beeswax), ลาโนลิน (Lanolin) และ Cocoa Butter ทาแล้วมักจะเหนอะหนะและล้างออกยาก


  • ซิลิโคนแบบเนื้อหนัก: ซิลิโคนทำให้ครีมเกลี่ยง่ายก็จริง แต่ถ้าใส่มาแน่นเกินไป มันจะเคลือบผิวจนดักจับเหงื่อและสิ่งสกปรกไว้หมักหมมบนหน้า


  • Oxybenzone: เป็นสารกันแดดเคมีที่มีงานวิจัยบอกว่าทำให้ผิวแพ้หรือระคายเคืองได้ง่ายกว่าตัวอื่นๆ


กันแดดแบบเคมี VS กันแดดแบบกายภาพ แบบไหนเหมาะกับคนเป็นสิวมากกว่ากัน?

กันแดดแบบเคมี VS กันแดดแบบกายภาพ แบบไหนเหมาะกับคนเป็นสิวมากกว่ากัน?

การทำงานของกันแดดแต่ละแบบส่งผลกับผิวเป็นสิวไม่เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าต่างกันยังไง จะได้เลือกหลอดที่เข้ากับผิวเราที่สุด


1 กันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen)

  • วิธีทำงาน: ดูดซับแสงแดดเอาไว้ แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนระบายออกจากผิว

  • ข้อดี: เนื้อเบาบาง ทาง่าย ซึมเนียนไปกับผิว ไม่ทำให้หน้าวอกหรือเป็นคราบขาว

  • ข้อควรระวัง: ตอนที่มันเปลี่ยนแสงแดดเป็นความร้อน อาจทำให้ผิวหน้าอุ่นขึ้น คนที่มีสิวอักเสบอยู่แล้วอาจจะรู้สึกระคายเคืองได้


2 กันแดดแบบเคลือบผิว/แร่ธาตุ (Physical/Mineral Sunscreen)

  • วิธีทำงาน: ทำตัวเหมือนกระจกเคลือบผิว ช่วยสะท้อนแสงแดดเด้งออกไปจากหน้า

  • ข้อดี: โอกาสแพ้น้อยมาก เพราะตัวกันแดดไม่ซึมลงผิว (เช่น Zinc Oxide) และยังช่วยลดอาการผิวแดงได้ด้วย

  • ข้อควรระวัง: เนื้อครีมมักจะข้นเหนียว ทาแล้วหน้าอาจจะดูลอยๆ วอกๆ และถ้าหน้าแห้งจากการทายาสิว ครีมอาจจะไปตกร่องตามขุยผิวได้ง่าย


3 กันแดดแบบผสม (Hybrid) ลูกครึ่งทางสายกลาง

  • วิธีทำงาน: เอาข้อดีของแบบเคมีและแบบเคลือบผิวมารวมกัน

  • ข้อดี: เนื้อครีมทาง่ายขึ้น หน้าไม่ลอย และยังอ่อนโยนกับผิวอยู่ เป็นตัวเลือกที่พอดีมากสำหรับคนเป็นสิวที่อยากได้กันแดดที่ทาสบายหน้าและไม่อุดตัน


เลือกกันแดดให้ตรงกับสภาพผิวคนเป็นสิว

คนเป็นสิวแต่ละคนมีสภาพผิวไม่เหมือนกัน การเลือกเนื้อกันแดดให้เข้ากับผิวตัวเอง จะช่วยลดปัญหาสิวอุดตันหรือหน้าลอกเป็นขุยระหว่างวันได้


1 ผิวมัน เป็นสิวง่าย เหงื่อออกบ่อย

  • สิ่งที่ควรมองหา: กันแดดเนื้อน้ำ (Water-based) หรือเนื้อฟลูอิด (Fluid) ที่ทาแล้วแห้งแมตต์ ไม่มันวาว

  • ส่วนผสมแนะนำ: Niacinamide หรือ Silica ที่ช่วยซับความมันบนหน้า และควรเป็นสูตรกันน้ำ (Water-resistant) เพื่อกันไม่ให้ครีมไหลเยิ้มไปอุดตันรูขุมขนเวลาเหงื่อออก


2 ผิวแห้งลอกจากการทายาสิว (เช่น เรตินอล หรือ เบนแซค)

  • สิ่งที่ควรมองหา: กันแดดเนื้อโลชั่นหรือเจลครีมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ควรเลี่ยงกันแดดแบบเคลือบผิว (Physical) เนื้อหนาๆ เพราะมันจะไปเกาะตามขุยผิว ทำให้ยิ่งเห็นว่าหน้าลอกชัดขึ้น

  • ส่วนผสมแนะนำ: Ceramides, Hyaluronic Acid หรือ Glycerin เพื่อช่วยบำรุงผิวที่กำลังอ่อนแอจากการทายา และต้องเลี่ยงสูตรที่มีแอลกอฮอล์


3 ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย มีผื่นแดง

  • สิ่งที่ควรมองหา: กันแดดแบบเคลือบผิวหรือแบบแร่ธาตุล้วน (100% Physical/Mineral)

  • ส่วนผสมแนะนำ: Zinc Oxide เป็นหลัก เพราะอ่อนโยนกับผิวมาก และที่สำคัญคือต้องไม่มีน้ำหอม สี ซิลิโคนเนื้อหนัก และไม่มีสารกันเสียกลุ่มพาราเบน


วิธีอ่านฉลากกันแดดให้ชัวร์ (คำว่า "ไม่อุดตัน" ไม่ได้แปลว่ารอด 100%)

การหัดอ่านฉลากหลังขวดเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับคนผิวมันและเป็นสิวง่าย แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องระวังเกี่ยวกับการเคลมสรรพคุณหน้าขวด


  • คำที่ควรมองหาบนหน้าขวด: ให้หาคำว่า Non-comedogenic (โอกาสอุดตันน้อย), Non-acnegenic (ไม่ทำให้เกิดสิว), Oil-free (ไม่มีน้ำมัน) และ Fragrance-free (ไม่มีน้ำหอม)


  • ความจริงของคำว่า Non-comedogenic (ไม่อุดตัน): คำนี้บอกแค่ว่าครีมหลอดนี้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่ามีโอกาสอุดตันน้อย (ซึ่งส่วนใหญ่เขาทดสอบกันที่ผิวบริเวณแผ่นหลัง หรือผิวจำลอง) แต่ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่อุดตันผิวหน้าเรา 100% เพราะสภาพผิว ขนาดรูขุมขน ความมันบนหน้า และสภาพอากาศของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น เพื่อความชัวร์ ควรทาทดสอบที่บริเวณกรอบหน้าหรือหลังหูก่อนทาทั้งหน้าเสมอ


ลำดับการทากันแดดคู่กับยารักษาสิว (ทายังไงให้ถูกลำดับ)

การเรียงลำดับทาครีมให้ถูก มีผลมากว่ายาสิวจะซึมเข้าผิวได้ดีไหม และกันแดดจะกันรังสี UV ได้เต็มที่หรือเปล่า


1 ลำดับการทาแบบพื้นฐาน

หลักจำง่ายๆ คือ ทาจากเนื้อเบาไปหาเนื้อหนัก เริ่มจาก ยาหรือเซรั่มรักษาสิว > มอยส์เจอไรเซอร์ > ครีมกันแดด โดยจำไว้เสมอว่า ต้องทากันแดดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวหน้าเสมอ เพื่อให้กันแดดเคลือบปกป้องผิวชั้นนอกสุด


2 ทากันแดดคู่กับพวก Retinol / AHA / BHA

พวกสารผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA) และกลุ่มเรตินอล จะทำให้ผิวเราไวต่อแดดมาก พูดง่ายๆ คือหน้าจะบางลงเวลาโดนแดด


  • ถ้าทา AHA/BHA ตอนเช้า ต้องทากันแดดทับให้ปริมาณพอดีด้วยทุกครั้ง

  • ส่วนเรตินอล แนะนำให้ทาแค่ตอนกลางคืนดีกว่า แต่ถึงจะทาแค่ตอนกลางคืน พอตื่นเช้ามาผิวก็ยังไวต่อแสงอยู่ดี ดังนั้นตอนเช้ายังไงก็ "ห้ามลืม" ทากันแดดเด็ดขาด


3 ทากันแดดคู่กับยาสิวที่หมอจ่าย (เช่น เบนแซค หรือกลุ่มวิตามินเอ)

ยาพวกนี้ควรทาเป็นอย่างแรก จากนั้น ต้องรอให้ยาซึมและแห้งสนิทก่อน (ประมาณ 1-3 นาที) ค่อยทามอยส์เจอไรเซอร์แล้วตามด้วยกันแดด การรอให้ครีมแต่ละชั้นแห้ง จะช่วยให้กันแดดไม่ไปผสมจนยาสิวเจือจางลง และช่วยไม่ให้ครีมจับตัวกันเป็นคราบขุยๆ เวลาทาทับด้วย


ทากันแดดยังไงให้ถูกวิธี สิวไม่ขึ้นเพิ่ม

ถึงจะเลือกกันแดดมาดีแค่ไหน แต่ถ้าทาผิดวิธี กันแดดก็กันแสงได้ไม่เต็มที่ แถมยังทำให้สิวอุดตันง่ายขึ้นด้วย


  • 1 ทาปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอ (ประมาณ 2 ข้อนิ้ว): ปริมาณที่จะช่วยกันแดดได้จริงตามตัวเลขหน้าขวด คือการบีบครีมยาว 2 ข้อนิ้วมือ (ทาทั้งหน้าและคอ) ถ้าทาน้อยกว่านี้เพราะกลัวหน้ามัน ประสิทธิภาพกันแดดจะลดลงจนแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย


  • 2 ควรทาตอนไหนก่อนออกแดด: ควรทากันแดดก่อนออกไปเจอแดดสัก 15-30 นาที เพื่อรอให้ครีมเซ็ตตัวและเคลือบผิวหน้าให้เรียบร้อยก่อน ถ้าทาปุ๊บแล้วเดินออกแดดปั๊บ เหงื่ออาจจะชะล้างเนื้อครีมให้หลุดออกไปได้ง่ายๆ


  • 3 เติมกันแดดระหว่างวันยังไงไม่ให้อุดตันเพิ่ม: ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งหรือเหงื่อออกเยอะๆ ควรทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง แต่สำหรับคนที่แต่งหน้า ถ้าเอาครีมมาทาทับเลยหน้าจะเยิ้มและอุดตัน แนะนำให้ซับความมันบนหน้าออกก่อน แล้วเปลี่ยนไปใช้แป้งฝุ่นผสมกันแดด (SPF) หรือสเปรย์กันแดดฉีดทับแทน


ล้างกันแดดออกให้เกลี้ยงก่อนนอน (ป้องกันสิวอุดตันสะสม)

กันแดดส่วนใหญ่ถูกทำมาให้เกาะติดผิวได้ดีมาก โดยเฉพาะพวกสูตรกันน้ำหรือแบบเคลือบผิว (Physical) แค่ล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลอย่างเดียวมักจะเอาไม่อยู่


  • ล้างหน้าแบบ 2 ขั้นตอน (Double Cleansing) สำหรับคนเป็นสิว: คือต้องเช็ดหน้าก่อนไปล้างหน้าจริง เริ่มจากใช้น้ำยาเช็ดเครื่องสำอาง (เช่น Micellar Water) เช็ดคราบกันแดดและคราบมันออกก่อน แล้วค่อยล้างตามด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าตามปกติ สำหรับคนเป็นสิว แนะนำให้ใช้แบบน้ำ (Micellar Water) จะเวิร์กกว่า เพราะไม่ทิ้งความมันตกค้างไว้บนหน้าเหมือนพวกออยล์


  • สัญญาณเตือนว่าล้างหน้าไม่สะอาด: สังเกตได้จากเวลาจับหน้าแล้วรู้สึกผิวสากๆ หยาบๆ ทาครีมแล้วไม่ค่อยซึมเข้าผิว มีสิวอุดตันเม็ดเล็กๆ ไม่มีหัวขึ้นตามกรอบหน้าหรือหน้าผากเยอะขึ้น และอาจมีสิวอักเสบโผล่มาตรงที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อน


กันแดดหน้า VS กันแดดตัว ต่างกันยังไง ทำไมคนเป็นสิวห้ามใช้รวมกัน

ผิวหน้ากับผิวกายของเราไม่เหมือนกัน ผิวหน้าจะบางกว่าและมีต่อมไขมันเยอะกว่า การเอาครีมทาตัวมาทาหน้าเลยทำให้สิวขึ้นได้ง่ายๆ โดยมีความต่างดังนี้:


  • เนื้อครีมและส่วนผสมไม่เหมือนกัน: กันแดดทาตัวมักจะทำมาให้เนื้อหนัก ข้น และเหนียวเหนอะหนะกว่า เพื่อให้เกาะติดผิวได้ดีเวลาทาในพื้นที่กว้างๆ


  • เสี่ยงอุดตันง่ายมาก: หน้าเรามีรูขุมขนและผลิตน้ำมันเยอะกว่าตัวอยู่แล้ว พอเอากันแดดตัวที่เนื้อหนักๆ มาทา มันเลยเข้าไปอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายกว่าเดิม


  • โอกาสแพ้สูงกว่า: กันแดดตัวส่วนใหญ่มักจะใส่น้ำหอมหรือสารกันเสียเยอะกว่า พอเอามาทาผิวหน้าที่บอบบางกว่า เลยทำให้แพ้ แดง และอักเสบได้ง่าย


แนะนำไอเทมลับ: กันแดด Monday & Saturday ตัวเลือกคนเป็นสิว

แนะนำไอเทมลับ: กันแดด Monday & Saturday ตัวเลือกคนเป็นสิว

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้จะไปหยิบกันแดดตัวไหนดี ขอแนะนำ Monday & Saturday รุ่น UV Light Defense Protection Booster Sunscreen ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ทำมาตอบโจทย์คนผิวมัน ผิวแพ้ง่าย และคนเป็นสิวโดยเฉพาะ แถมยังตรงตามเช็กลิสต์ที่เราคุยกันมาทั้งหมดเลย ลองมาดูกันว่าตัวนี้มีดีอะไรบ้าง:


  • เป็นสูตร Hybrid (ลูกครึ่งที่ลงตัว): รวมข้อดีของกันแดดทั้งแบบเคมีและแบบเคลือบผิว (Physical) เข้าด้วยกัน ทำให้กันแดดได้ครอบคลุม ทั้งรังสี UVA และ UVB ด้วยค่า SPF 50 PA+++ เหมาะมากๆ สำหรับทาไปเรียน ไปทำงาน หรือออกแดดกลางแจ้ง


  • เนื้อคลาวด์ครีม (Cloud Cream) เบาสบายหน้า: ลืมครีมกันแดดเนื้อหนาๆ ไปได้เลย ตัวนี้เนื้อนุ่มละมุนเหมือนปุยเมฆ เกลี่ยง่าย ซึมเข้าผิวไว และไม่เหนียวเหนอะหนะ จะทาก่อนแต่งหน้า หรือหยิบมาทาทับเมคอัพระหว่างวันก็ทำได้สบายๆ แถมยังมีคุณสมบัติกันน้ำกันเหงื่อด้วย


  • อัดแน่นด้วยส่วนผสมที่คนเป็นสิวเลิฟ: นอกจากจะกันแดดแล้ว ยังมีสารบำรุงที่ช่วยดูแลผิวไปในตัว เช่น

    • Salicylic Acid: ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดโอกาสการอุดตัน

    • Vitamin B3 (Niacinamide): ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

    • ชาเขียว & ว่านหางจระเข้: ช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดอาการระคายเคือง

    • Alpha Arbutin & Nanowhite: ช่วยยับยั้งเม็ดสี ให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น


  • กันฝุ่น PM2.5 ได้ด้วย: มีเทคโนโลยี Pollustop ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะและฝุ่นควัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้สิวเห่อ


  • อ่อนโยนกับผิวแพ้ง่าย (7 Free): ผ่านการทดสอบ (In-Vitro) มาแล้วว่าอ่อนโยน เพราะตัดสารที่มักจะทำให้หน้าพังออกไปหมดเลย คือ ไม่มีแอลกอฮอล์, ไม่มีน้ำหอม, ไม่มีพาราเบน, ไม่มีสี, ไม่มี Mineral Oil (น้ำมันแร่ที่เสี่ยงอุดตัน), และไม่มีสารทำความสะอาดกลุ่ม SLS/SLES


ใครที่กำลังมองหากันแดดเนื้อเบาๆ ที่ช่วยปกป้องผิวแบบครบจบ ไม่ทำให้สิวอุดตันเพิ่ม และอ่อนโยนต่อผิวบอบบาง Monday & Saturday ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่น่าลองหยิบมาใช้ดูแลผิวในทุกๆ วัน


ข้อผิดพลาดที่คนเป็นสิวมักทำพลาดเวลาใช้กันแดด

ทากันแดดผิดวิธีอาจทำให้ที่รักษาสิวมาพังได้เลย ลองเช็กดูว่าเรากำลังทำพลาดข้อไหนอยู่บ้าง:


  • ดูแต่ค่า SPF สูงๆ ไม่สนเนื้อครีม: หลายคนคิดว่ายิ่ง SPF สูงยิ่งดี แต่ความจริงคือ ยิ่ง SPF สูงมากไป (เช่น 70+) เนื้อครีมก็จะยิ่งหนา หนักหน้า และอุดตันง่ายขึ้น สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แค่ SPF 30-50 ก็พอแล้ว


  • ทาน้อยเพราะกลัวหน้ามัน: การบีบกันแดดนิดเดียวเพราะกลัวเหนอะหนะ จะทำให้กันแดดแทบไม่ได้ผลเลย และไม่พอที่จะช่วยกันรอยดำจากสิวด้วย (ควรทาประมาณ 2 ข้อนิ้ว)


  • ไม่เคยเติมกันแดดระหว่างวัน: กันแดดสามารถหลุดหรือเสื่อมสภาพได้เวลาเราโดนแดด เหงื่อออก หรือหน้ามัน การทาแค่ตอนเช้าครั้งเดียว เลยไม่สามารถปกป้องผิวเราได้ยาวไปตลอดทั้งวัน


  • ล้างหน้าตอนเย็นไม่สะอาด: การปล่อยคราบกันแดด เหงื่อ และฝุ่น หมักหมมทิ้งไว้ข้ามคืน โดยไม่ยอมใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้าก่อน นี่แหละคือตัวการหลักที่ทำให้สิวอุดตันบุกหน้า


  • เลิกใช้ถาวรเพราะเคยทาแล้วแพ้: พอทาหลอดแรกแล้วสิวขึ้นหรือผื่นขึ้น หลายคนก็เข็ด ไม่ยอมทากันแดดอีกเลย ที่จริงเราควรลองหาส่วนผสมที่ตัวเองแพ้ แล้วเปลี่ยนไปใช้สูตรอื่น (เช่น เปลี่ยนไปใช้แบบแร่ธาตุหรือ Physical ล้วน) ดีกว่าปล่อยให้หน้าสดไปโดนรังสี UV ทำร้ายตรงๆ


เมื่อไหร่ควรไปหาหมอผิวหนัง แทนที่จะลองผิดลองถูกเอง

บางทีการเปลี่ยนกันแดดไปเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่ทางออก ถ้าหน้าเริ่มมีอาการแปลกๆ ที่หนักกว่าแค่สิวอุดตันธรรมดา ควรหยุดใช้แล้วไปให้หมอดูจะดีกว่า สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรไปหาหมอ ได้แก่:


  • มีผื่นแดง คัน หรือแสบร้อน: ถ้าทาแล้วแสบหน้า หน้าบวมแดง หรือมีผื่นขึ้นเหมือนลมพิษ อาการแบบนี้มักจะเป็นอาการแพ้หรือระคายเคือง ซึ่งไม่เหมือนกับสิวปกติ


  • สิวอักเสบเห่อขึ้นหนักมาก: ถ้าอยู่ๆ สิวอักเสบ สิวหัวหนอง หรือสิวเม็ดใหญ่ๆ บุกหน้าพร้อมกันเยอะมากในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากเปลี่ยนกันแดด


  • หน้าลอกหนักหรือมีรอยไหม้: เป็นสัญญาณว่าผิวหน้าเรากำลังอ่อนแอมาก ควรให้หมอช่วยตรวจดูเพื่อรักษาและฟื้นฟูผิว


คำถามยอดฮิต (FAQ) เรื่องกันแดดสำหรับคนเป็นสิว

ทากันแดดแล้วสิวขึ้น ทำยังไงดี?

ให้หยุดใช้ตัวนั้นไปก่อน แล้วลองสังเกตว่าเป็นสิวแบบไหน (อุดตันหรืออักเสบ) พร้อมกับเช็กว่าเราล้างหน้าสะอาดพอไหม (ล้างแบบ 2 ขั้นตอนหรือเปล่า) ถ้ามั่นใจว่าล้างสะอาดแล้วแต่สิวยังขึ้นอยู่ แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้สูตรไม่มีน้ำมัน (Oil-Free) หรือกันแดดแบบเคลือบผิว (Physical) แทน

ต้องทาแน่นอน! เพราะแดดจะทำให้สิวอักเสบหนักกว่าเดิมและรอยดำฝังลึก คนหน้ามันควรเลือกกันแดดเนื้อน้ำหรือเนื้อเจล จะได้ไม่เหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน

แบบเคลือบผิว (Physical) มักจะดีกว่า เพราะมีสารที่โอกาสแพ้น้อยมาก (เช่น Zinc Oxide) แต่ถ้าใครกลัวหน้าวอก จะลองใช้แบบลูกผสม (Hybrid) ก็ได้ เพราะเนื้อจะเบาบางกว่าและโอกาสอุดตันก็น้อยเหมือนกัน

ถ้าต้องออกไปตากแดดหรือเหงื่อออกเยอะๆ ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้กันแดดทำงานได้เต็มที่

ควรทาทุกวัน เพราะรังสี UVA สามารถทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาทำร้ายผิวเราได้ (UVA สามารถทะลุกระจกอาคารทั่วไปได้มากกว่า 75%) ซึ่งเป็นตัวการทำให้หน้าหมองคล้ำและรอยสิวเข้มขึ้น

ตัวกันแดดไม่ได้ช่วยลดรอยสิวโดยตรง แต่มันช่วย "กัน" ไม่ให้แดดไปทำให้รอยดำเข้มขึ้นกว่าเดิม พอรอยไม่เข้มขึ้น ครีมลดรอยสิวหรือยาสิวที่เราทาไปถึงจะเห็นผลได้เต็มที่นั่นเอง

แทบไม่ต่างกันเลย ค่า SPF 30 กันรังสี UVB ได้ประมาณ 97% ส่วน SPF 50 กันได้ประมาณ 98% ต่างกันแค่ 1% เท่านั้น สำหรับคนเป็นสิว บางทีใช้แค่ SPF 30 ก็อาจจะรอดกว่า ถ้ากันแดด SPF 50 ของยี่ห้อนั้นๆ ทำเนื้อครีมออกมาข้นหรือทาแล้วมันเยิ้มเกินไป


 
 
bottom of page