top of page

ทำงานในออฟฟิศก็เป็นฝ้าแดดได้ จริงหรือมั่ว

  • 12 ก.ย. 2568
  • ยาว 1 นาที
ทำงานในออฟฟิศก็เป็นฝ้าแดดได้ จริงหรือมั่ว

เคยสงสัยไหมว่าถ้าเราทำงานอยู่ภายในออฟฟิศโดยที่ไม่ได้สัมผัสแสงแดดโดยตรง แบบนี้ยังเสี่ยงเป็นฝ้าแดดอยู่หรือเปล่า บทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ


ฝ้าแดดคืออะไร

ฝ้าแดด คือ ผิวหนังที่มีรอยสีน้ำตาลหรือสีเทาเป็นปื้นอยู่บนผิวหน้า ซึ่งเกิดจากการที่ผิวกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติหากได้รับรังสียูวีจากแสงแดดมากเกินไป และอาจทำให้รอยฝ้าแดดชัดขึ้นหากไม่รีบรักษา


ทำงานในออฟฟิศเป็นฝ้าแดดได้ไหม

แม้ว่าคุณทำงานในออฟฟิศไม่ได้ได้สัมผัสแสงแดดโดยตรงก็สามารถเป็นฝ้าแดดได้ เพราะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามากระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวได้ นอกจากนี้แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็เป็นตัวการที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำและเกิดฝ้าแดดได้ ดังนั้นการทำงานในออฟฟิศก็เกิดฝ้าแดดได้เช่นกัน หากไม่มีการป้องกันผิวอย่างเหมาะสมก็เสี่ยงเกิดฝ้าอยู่ดี


ไม่ทาครีมกันแดดแล้วหน้าเป็นฝ้าจริงไหม

หากไม่ทาครีมกันแดดสามารถทำให้หน้าเป็นฝ้าได้จริง เพราะครีมกันแดดถือเป็นเกราะป้องกันผิวที่สำคัญ และช่วยลดการถูกทำร้ายจากแสง UVA และ UVB หากใครที่เป็นฝ้าแดดอยู่แล้วแต่ไม่ทากันแดดอาจทำให้ฝ้าเข้มขึ้นและรักษายากขึ้นกว่าเดิม


อะไรคือสิ่งสำคัญในการป้องกันฝ้าแดด

สิ่งสำคัญของการป้องกันฝ้าแดดก็คือการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไป เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะช่วยป้องกันผิวจาก UVA, UVB และบางสูตรสามารถป้องกันแสงสีฟ้าได้ด้วย นอกจากนี้การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันแม้อยู่ในออฟฟิศ ก็ยังจำเป็นอยู่เพราะรังสีเหล่านี้สามารถทะลุผ่านกระจกมาถึงผิวได้เสมอ หากทากันแดดเป็นประจำทุกวันและใช้สกินแคร์บำรุงควบคู่ ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้าแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


เคล็ดลับการทาครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพ

  1. ทาเป็นประจำทุกวัน แม้วันที่อยู่ในบ้านหรือออฟฟิศ เพราะรังสี UVA สามารถทะลุกระจกได้ และแสงสีฟ้าจากหน้าจอก็ทำร้ายผิวได้เช่นกัน

  2. ควรใช้กันแดดที่มีค่า SPF 30+ และเลือก PA+++ ขึ้นไป เพื่อป้องกันรังสี UVA ที่เป็นตัวการหลักของการเกิดฝ้าแดด

  3. ใช้ครีมกันแดดประมาณ 2 ข้อนิ้ว หรือปริมาณเทียบเท่าเหรียญ 10 บาท สำหรับทาทั้งใบหน้าและลำคอ

  4. ทาซ้ำระหว่างวันทุก ๆ 4–6 ชั่วโมง หากอยู่กลางแจ้ง หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เพื่อคงประสิทธิภาพในการปกป้องผิว

  5. ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15–20 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดเซตตัว และทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

  6. เลือกใช้สูตรที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น Oil-Free หรือ Non-Comedogenic สำหรับคนผิวมันหรือเป็นสิวง่าย เพื่อป้องกันการอุดตัน

  7. ควรทากันแดดบริเวณ ลำคอ ใบหู และหลังมือ เพราะจุดเหล่านี้ก็มักโดนแดดและเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่ายกว่าจุดอื่น ๆ


คำถามที่พบบ่อย 

คำถามที่พบบ่อย 

Q : ฝ้าแดดรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

A : ไม่สามารถหายขาดได้ 100% แต่สามารถรักษาให้จางลง และควบคุมไม่ให้ลุกลามได้ด้วยการทาครีมบำรุง การใช้ยาตามแพทย์สั่ง เลเซอร์ และการป้องกันผิวอย่างสม่ำเสมอ


Q : ฝ้าแดด ต่างจาก กระ หรือรอยสิวอย่างไร

A : ฝ้าแดดจะมีลักษณะเป็นปื้นกว้าง มีสีสม่ำเสมอขึ้นตรงโหนกแก้ม หน้าผาก เหนือริมฝีปาก ส่วนกระจะเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า และรอยสิวจะเป็นจุดสีแดงหรือดำเฉพาะจุด


Q : ใครเสี่ยงเป็นฝ้าแดดมากที่สุด

A : ผู้หญิงวัยทำงานที่มีผิวขาว คนที่มีพันธุกรรมเป็นฝ้า และผู้ที่ไม่ทาครีมกันแดด


Q : ฝ้าแดดเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุใช่หรือไม่ 

A : ฝ้าแดดสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุยังน้อย หากผิวได้รับแสงแดดเป็นประจำโดยไม่ป้องกัน แต่ปกติจะพบมากในผู้หญิงวัยทำงานหรือผู้ที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง


Q : กันแดดที่เหมาะสำหรับการป้องกันฝ้าแดด 

A : กันแดดแบรนด์ Monday & Saturday เพราะมีค่า SPF 50 PA+++ ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB และแสงสีฟ้า เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่อุดตันผิว เหมาะสำหรับใช้ทุกวันเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าแดดอย่างมีประสิทธิภาพ


 
 
bottom of page