top of page

รังสีอัลตราไวโอเลต คืออะไร ป้องกันได้ยังไง

รังสีอัลตราไวโอเลต คืออะไร ป้องกันได้ยังไง

รังสีอัลตราไวโอเลต คืออะไร ป้องกันผิวจากรังสี UV ด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณทำได้

ในยุคที่เราใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน หลายคนอาจคิดว่าการอยู่ในร่ม ทำงานในออฟฟิศ หรือแม้แต่อยู่บ้าน จะปลอดภัยจากแสงแดดและรังสีอันตราย แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม รังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพผิว และในความเป็นจริง รังสี UV สามารถทะลุผ่านเข้ามาทำร้ายผิวได้แม้อยู่ภายในอาคารหรือบ้านก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้น แสงพลังงานสูง หรือ High Energy Visible Light (HEV) จากหลอดไฟ หน้าจอคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ ยังส่งผลเสียต่อผิวโดยไม่รู้ตัว


รังสีอัลตราไวโอเลตคืออะไร (What is UV Radiation)

รังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี (Ultraviolet) ที่เรียกในภาษาไทยว่า "รังสีเหนือม่วง" เป็นช่วงหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มนุษย์มองเห็นได้ ลักษณะเด่นของรังสียูวีคือเป็นรังสีที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้ว่ามันจะมีอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา โดยเฉพาะจากแสงอาทิตย์ที่เป็นแหล่งกำเนิดหลักของรังสีอัลตราไวโอเลตตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีแหล่งกำเนิดจากมนุษย์สร้างขึ้น เช่น หลอดไฟบางชนิด หน้าจอคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือที่ปล่อยแสงพลังงานสูง (HEV Light) ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังและสุขภาพของเราได้ทั้งสิ้น


โทษและอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต (Harmful Effects)

โทษและอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลต (Harmful Effects)

ผลระยะสั้น :

เมื่อผิวหนังได้รับรังสี UV มากเกินไปในระยะเวลาสั้นๆ จะเกิดผลกระทบที่สามารถสังเกตเห็นได้ทันที โดยเฉพาะจากรังสี UVB ที่มีพลังงานสูง


ผิวไหม้แดด (Sunburn) เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดจากการสัมผัสรังสี UV มากเกินไป โดยเกิดจากรังสี UVB ส่วนใหญ่ อาการที่พบได้แก่ ผิวสีแดง เจ็บ แสบร้อน และอาจพุพองได้ อาการเหล่านี้อาจไม่ปรากฏทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงจึงจะปรากฏอาการ ในบางกรณีที่รุนแรง ผิวหนังอาจลอกออกมาในภายหลัง


ผิวแดง อักเสบ เกิดจากการที่รังสี UV ไปกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในผิว ทำให้ผิวหนังมีการระคายเคือง ขาดความชุ่มชื่น ผิวแสบร้อน ผิวหนังร้อนแดง และอาจเป็นผื่นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง จะพบอาการได้มากกว่า


ผิวคล้ำแดด เกิดจากการที่รังสี UVA และ UVB กระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินในผิวทำงานมากขึ้นเพื่อป้องกันผิว ส่งผลให้ผิวมีสีคล้ำขึ้นทั้งในบริเวณที่ถูกแดดโดยตรง รวมถึงทั่วทั้งใบหน้าและร่างกาย สีผิวอาจไม่สม่ำเสมอ มีหน้าหมองคล้ำ และอาจเป็นรอยคล้ำดำบางบริเวณที่ถูกอาบรังสีมากเกินไป


ผลระยะยาว :

การได้รับรังสี UV สะสมเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรังสี UVA ที่สามารถทะลุเข้าสู่ผิวชั้นลึกและทำลายโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่อง


ริ้วรอยก่อนวัย ผิวเหี่ยวย่น (Premature Aging) หรือที่เรียกว่า Photoaging เกิดจากรังสี UVA ที่ทะลุเข้าสู่ผิวชั้นลึก ทำลายเนื้อเยื่อและโครงสร้างผิว ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ผิวหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น และขาดความยืดหยุ่น ผิวดูไม่กระชับและแก่กว่าวัย


ผิวหมองคล้ำ เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่ถูกกระตุ้นจากรังสี UV อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูไม่สดใส ขาดความกระจ่างใส และมีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในบริเวณที่โดนแดดบ่อยๆ เช่น ใบหน้า แขน และมือ


เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นปัญหาผิวที่เกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไปในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยรังสี UV เป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า และกระ ซึ่งมักเกิดบริเวณใบหน้า แก้ม หน้าผาก และจมูก ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอและส่งผลต่อความมั่นใจ


มะเร็งผิวหนัง เป็นผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดจากการสัมผัสรังสี UV มากเกินไปเป็นเวลานาน โดยรังสี UV สามารถทำลาย DNA ในเซลล์ผิวหนัง นำไปสู่การกลายพันธุ์และการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง การได้รับรังสี UV สะสมตั้งแต่วัยเด็กและการเกิดผิวไหม้แดดบ่อยครั้งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma ที่มีความรุนแรงสูงและสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้


วิธีป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (UV Protection Methods) เข้า ครีมกันแดด Monday&saturday

การใช้ครีมกันแดด

ครีมกันแดดถือเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกและสำคัญที่สุดในการปกป้องผิวจากรังสี UV การเลือกและการใช้ครีมกันแดดอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงจากผลกระทบร้ายแรงของรังสีอัลตราไวโอเลตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากค่า SPF แล้ว ยังต้องมองหาค่า PA++++ หรือ PA+++ ซึ่งเป็นค่าที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ที่ทะลุเข้าสู่ผิวชั้นลึก PA+++ ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน


สิ่งสำคัญคือต้องเลือกครีมกันแดดที่ ป้องกันทั้ง UVA และ UVB (Broad Spectrum) เพื่อให้การปกป้องครอบคลุมรังสีทุกประเภทที่เป็นอันตราย และในยุคปัจจุบันที่เราใช้เวลากับหน้าจอมากขึ้น การเลือกครีมกันแดดที่ ป้องกันแสงสีฟ้า (HEV Light/Blue Light) จากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม


แนะนำ ครีมกันแดด mondayandsaturday

แนะนำ ครีมกันแดด mondayandsaturday

ครีมกันแดดของ Monday and Saturday, UV LIGHT DEFENSE PROTECTION BOOSTER SUNSCREEN SPF 50 PA+++ มีส่วนผสมของสารกันแดดแบบกายภาพ (Physical Sunscreen) และสารกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen) เข้าด้วยกัน 

  • Physical Sunscreen ช่วยดูดซับรังสี UVA UVB และ UVA-II 

  • Chemical Sunscreen ช่วยสะท้อนและกระจายรังสี UVA และ UVB


ช่วยบำรุงผิวด้วย Vitamin C , Vitamin E , Alpha-Arbutin ที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว แบบไม่ทำร้ายผิว เนื้อครีมบางเบา ด้วย เทคโนโลยี Cloud Cream ทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมือนครีมแบบ กายภาพ ทั่วไปด้วยดีไซน์ที่เหมาะกับการพกไปทุกที่ สามารถทาเพิ่มได้ทันทีที่ต้องการ 


ปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต เริ่มได้ทุกวัน

รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นภัยเงียบที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะอยู่กลางแจ้ง อยู่ในอาคาร หรือแม้แต่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การละเลยการป้องกันย่อมนำไปสู่ปัญหาผิวทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง


ดังนั้น การดูแลผิวด้วยครีมกันแดดที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะครีมกันแดด Monday and Saturday UV Light Defense Protection Booster Sunscreen SPF 50 PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB และแสงสีฟ้า พร้อมบำรุงผิวให้กระจ่างใสอย่างอ่อนโยน เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ

อย่ารอให้ผิวถูกทำร้ายก่อนแล้วค่อยปกป้อง — เริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ผิวของคุณแข็งแรง สดใส และสวยได้ทุกวัน


 
 
bottom of page